การจัดร้านขายเครื่องประดับ
    การจะขายสินค้าให้ได้นั้น นอกจากเครื่องประดับจะต้องทั้งสวยและมีคุณภาพแล้ว การจัดหน้าร้านเครื่องประดับเพื่อนำเสนอตัวสินค้า ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญในการดึงดูดและจูงใจลูกค้า ให้ตัดสินใจซื้อได้เช่นกัน


1. เริ่มจากองค์ประกอบภายในร้าน โดยพื้นฐานแล้วก็จะมีตู้โชว์สินค้าอยู่ 3 ประเภท
    1.1 Showcases


    Showcases หรือ Counters เป็นตู้ที่มีความสูงบริเวณเอว ถึงบริเวณเหนือเอวขึ้นมา ซึ่งมีทั้งแบบยืนและนั่งโดยการวางสินค้าต้องสะดวกต่อการหยิบ เพราะเป็นตู้ที่ใช้ในการขายและการต่อรองราคา



    1.2 Wall case


    Wall case เป็นลักษณะตู้ติดผนัง ส่วนมากอยู่หลังตู้ Showcase เหมาะกับการโชว์สินค้าชิ้นใหญ่เช่น สร้อยคอ สร้อยมุก



    1.3 Tower case


    Tower case เป็นลักษณะตู้สูงสามารถมองเครื่องประดับได้ในระดับสายตา เหมาะกับการโชว์เครื่องประดับที่ต้องการโดดเด่น หรือจัดแบบ Tiffany


    ทั้ง 3 ประเภทนี้เป็นเพียงพื้นฐานสำหรับการจัดร้าน แต่ตู้โชว์สินค้านั้นยังมีอีกหลายแบบ ขึ้นอยู่กับสถานที่และการดีไซน์ร้านค้า



2. การจัดสินค้าภายในตู้โชว์สินค้า
    2.1 Traditional window display เป็นลักษณะการจัดทั่วไปโดยแบ่งออกเป็นประเภทอย่างชัดเจน เช่น แหวน ต่างหู เข็มกลัด กำไล โดยอาจมีการเว้นช่องว่างของสินค้าแต่ละประเภทอย่างพอเหมาะ


Traditional window display



    2.2 Mass Display เป็นลักษณะการจัดโดยนำสินค้ามาเรียงเป็นชั้น ๆ ในลักษณะสมมาตร เหมาะกับร้านที่มีสินค้าเยอะ


Mass Display



    2.3 Tiffany Windows เป็นลักษณะการจัดร้านในลักษณะหรูหรา มีรสนิยม มีสินค้าน้อยชิ้น หรือ 1-2 ชิ้น มีของตกแต่งเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม


Tiffany Windows



    2.4.Theme Windows เป็นลักษณะการจัดร้านมีคอนเซปส์ หรือจัดตามเทศกาลต่าง ๆ เช่นเทศกาลวาเลนไทน์ เป็นต้น


Theme Windows


3. การจัดไฟภายในร้านและในตู้เครื่องประดับ
    เครื่องประดับกับแสงไฟเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ สำหรับเครื่องประดับเพชร ในปัจจุบันไฟที่นิยมใช้ในตู้
    (Up lights) จะเป็นลักษณะไฟ LED แสงสีขาว และประหยัดไฟ ช่วยทำให้เครื่องประดับในตู้มีความโดดเด่นและมีประกาย ช่วยทำให้ลูกค้าตัดสินใจในการเลือกซื้อ






    ส่วนไฟที่อยู่ภายในร้านบนเพดาน (Down lights) เป็นส่วนที่สำคัญเช่นเดียวกัน โดยไฟ (Down lights) มี 2 ประเภท

1. Incandescent light เป็นแสงเลียนแบบแสงสีเหลือง ช่วยทำให้เครื่องประดับดูสวยงาม แต่มีข้อเสีย คือ ความร้อนสูง
2. Fluorescent light จะมีแสงสีสว่างและเป็นสีขาวแต่ความร้อนไม่มาก แต่มีข้อเสียคือ จะเกิดการสะท้อนวาวมาก ทำให้เห็นเครื่องประดับไม่ชัดเจน

    ดังนั้นจึงควรมีการจัดไฟทั้งสองประเภทนี้ ด้วยอัตราส่วนที่เหมาะสม และในตำแหน่งที่ต่างๆกัน เช่น ตำแหน่งที่มีกระจกสำหรับลูกค้าลองส่วมใส่เครื่องประดับ หรือที่ตู้โชว์สินค้าแบบ Counters ที่มักจะเป็นตำแหน่งที่นำสินค้าออกมาดู ควรจะมีไฟขาว (Fluorescent) ส่องลงมาเพื่อให้เห็นประกายของเครื่องประดับ ในขณะที่โดยรวมของร้านในส่วนอื่นๆยังมีโทนสีที่อบอุ่นด้วยไฟ Incandescent



ตัวอย่างการจัด Display ของร้านภตา สาขาสุรวงศ์